ด้าน “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคสโมสรชลบุรี เอฟซี และประธานเทคนิคใจฟ้า อคาเดมี กล่าวว่า “รายการนี้ ผมพูดเลยว่า ถ้าทำได้อย่างต่อเนื่อง ตามที่วางแผนไว้ จะเป็นประโยชน์ต่อนักฟุตบอลทุกคนแน่นอน เพราะนี่คือการพัฒนาหลักๆ ของ AFC และ FIFA นี่คือการพัฒนาระดับรากหญ้า เด็กจากต่างจังหวัดจะได้โชว์ฝีเท้า รูปแบบการแข่งขัน จะเอาทีมที่ดีที่สุด แต่ละอำเภอ ต่างจังหวัด จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย อคาเดมี, สโมสร, ทีมชาติ และมองหานักกีฬาที่มีความสามารถเข้าสู่ระบบ”

“ผมมองว่าการเปิดอิสระตรงนี้ คือทุกคนได้โอกาสแสดงความสามารถ เด็กๆ จะมีโอกาสได้โชว์ฝีเท้า ผมเชื่อว่าแต่ละจังหวัด สมัยนี้เข้าถึงฟุตบอลกันได้ง่ายขึ้น และเด็กสามารถพัฒนาตัวเอง เด็กต่างจังหวัดอีกหลายคนมีความสามารถด้วย”

“รายการนี้เป็นเหมือนการปูพื้นฐาน ทำให้เด็กๆ รักการแข่งขันฟุตบอล ผมเชื่อว่าในรอบลึกๆ สมมติมีทีมจากไหนก็แล้วแต่ ก็จะมีโอกาสในการสร้างความแตกต่าง และเซอร์ไพรส์ให้กับโค้ชทีมต่างๆ ว่าทีมที่มาถึงรอบนี้ได้ จะต้องมีความสามารถอยู่แล้ว ดึงดูดให้โค้ชทีมต่างๆ และเป็นเส้นทางที่ทำให้เด็กไปถึงฟุตบอลอาชีพได้เร็วขึ้น”

“การแข่งขันรายการนี้เปิดกว้างให้กับทุกคน ทุกจังหวัด อยากให้น้องๆ หรือทีม ผมเชื่อว่ามีคนสนใจกีฬาฟุตบอล ที่ผ่านมามีทัวร์นาเมนต์มากมาย เราอาจจะได้ยินชื่อทีมที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน มาแข่งขัน ก็อยากให้คนที่รักฟุตบอล สร้างฟุตบอล มองว่าการแข่งขันมีประโยชน์ ได้วัดความสามารถตัวเองกับทีมต่างๆ เพราะสมัยก่อนเป็นไปได้ยาก พอเล่นกับทีมใหญ่ๆ อย่างชลบุรี, บุรีรัมย์ หรือ อัสสัมชัญ ทีมต่างๆ แทบจะไม่เคยได้เล่นกับทีมที่มีชื่อเสียง ถ้าเปิดกว้างแต่ละคน ก็ได้นำไปพัฒนา” โค้ชเฮง กล่าว

สำหรับ Prime Minister’s Youth CUP Football ฤดูกาล 2026/27 เปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ทางเว็บไซต์ pmycfootball.in.th

เครดิตภาพ : FA Thailand